
แผนระดมทุนครั้งใหญ่ของฟีฟ่า ซึ่งตั้งใจใช้โครงสร้างใหม่อย่าง FIFA Forward Enterprises (FFE) และการขายหุ้นส่วนน้อย 21 เปอร์เซ็นต์ให้กับนักลงทุนภายนอก กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อ จานนี่ อินฟานติโน่ อย่างหนัก ก่อนที่ประธานฟีฟ่าจะประกาศยุติโครงการอย่างเป็นทางการ หลังจากรับฟังเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายและยอมรับว่าข้อเสนอนี้สร้างความแตกแยกมากเกินกว่าจะเดินหน้าต่อได้
ก่อนหน้านั้น ฟีฟ่าเคยเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาฟุตบอลโลกและเพิ่มงบสนับสนุนให้ชาติสมาชิก แต่กระแสต่อต้านกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อยูฟ่าออกมาประกาศพร้อมคว่ำบาตรการแข่งขันของฟีฟ่า หากแผนยังไม่ถูกยกเลิก ขณะที่คอนคาเคฟและสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ก็แสดงจุดยืนหนุนยูฟ่าเช่นกัน ส่งผลให้สามสมาพันธ์ใหญ่ที่มีสมาชิก รวมกัน 137 ชาติ จากทั้งหมด 211 ชาติของฟีฟ่า ยืนอยู่ฝั่งคัดค้าน ด้าน คาร์ลอส คอร์เดโร่ ที่ปรึกษาของอินฟานติโน่ ถึงขั้นลาออกพร้อมเรียกข้อเสนอนี้ว่าเป็นข้อตกลงที่เลวร้าย ขณะที่ เควิน ลามูร์ ผู้บริหารฟีฟ่า ระบุว่าพนักงานภายในถูกหลอก และโครงการนี้เป็นแนวคิดของคนเพียงคนเดียว
เดิมที ฟีฟ่าหวังระดมทุนราว 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการขายหุ้น FFE เพื่อนำไปสนับสนุนชาติสมาชิกผ่านโครงการ FIFA Fast-Forward Programme พร้อมวางงบพัฒนาฟุตบอลทั่วโลกในช่วงสี่ปีข้างหน้าไว้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขมหาศาลก็ไม่สามารถลบความกังวลเรื่องการนำฟุตบอลโลกเข้าสู่ระบบลงทุนเอกชนได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้แผนการเงินของฟีฟ่าต้องหยุดชะงัก แต่ยังทำให้อนาคตทางการเมืองของ อินฟานติโน่ ถูกตั้งคำถามหนักขึ้นด้วย โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าในปี 2027 ที่เคยถูกมองว่าจะเป็นทางราบรื่นสำหรับเขา